ประวิติของโรงเรียน
โรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิ มีชื่อเดิมว่าโรงเรียนอิสลามวิทยามูลนิธิหรือที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันดีในนาม “ซือกอเลาะยีรงบาและตีนอ” ซึ่งหมายถึง “โรงเรียนของนายหะยีฮารน สุหลง ฝั่งสตรี” ที่ประกอบด้วยนักเรียนหญิงล้วนทั้งโรงเรียนและมีนายหะยีฮารน สุหลง เป็นเจ้าของและผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนนั่นเอง
17 กุมภาพันธ์ 2507
โรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิ เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยอิสลามวิทยามูลนิธิ ตั้งอยู่เลขที่ 867 ถนนศรีโรรส ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นโรงเรียนประเภทเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โดยมีนายสุรินทร์ ศาสนภาพเป็นครูใหญ่คนแรกจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกฎกระทรวงข้อ 21 (ข)
พ.ศ. 2508
โรงเรียนได้เปิดการเรียนการสอนวิชาศาสนาควบคู่ไปกับวิชาสามัญโดยได้รับความร่วมมือจากท่านศึกษาธิการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยมูลนิธิและกลุ่มสามัญกระทรวงศึกษาธิการ โดยเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นครั้งแรก จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ในปี พ.ศ. 2510
พ.ศ. 2510
ได้ขยายชั้นเรียนขึ้นตามความเหมาะสมจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
พ.ศ. 2518
ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนจาก 3 ภาคเรียนต่อปีมาเป็น 2 ภาคเรียนต่อปี และได้เปลี่ยนครูใหญ่จากนายสุรินทร์ ศาสนภาพ มาเป็นนายอัสนี หะยีเจ๊ะมะ
1 มีนาคม 2537
โรงเรียนได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงประเภทโรงเรียนจากโรงเรียนตามมาตรา 15 (2) มาเป็นโรงเรียนตามมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน โดยมี ดร.หะยีฮารน สุหลง ประธานกรรมการอิสลามวิทยามูลนิธิเป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียน
พ.ศ. 2539
โรงเรียนได้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่เลขที่ 69 ซอยบราโอ ถนนศรีโรรส ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และในปีเดียวกันได้ขยายหลักสูตรวิชาสามัญ โดยทำการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นปีแรก
พ.ศ. 2543
ได้เปลี่ยนแปลงอักษรย่อของโรงเรียนจากเดิม อ.ว.ม. เป็น ส.อ.ม.
พ.ศ. 2545
โรงเรียนได้ทำการก่อสร้างอาคารเรียนสำหรับปฏิบัติศาสนกิจและสถานที่อบรมจริยธรรมและเปลี่ยนเป็นอาคารเรียนถาวร ค.ส.ล. 2 ชั้น
พ.ศ. 2546
เริ่มใช้หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ช่วงชั้นที่ 3-4 เฉพาะ ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2546
26 ธันวาคม 2546
โรงเรียนในเครือข่ายอิสลามวิทยามูลนิธิจังหวัดยะลาได้สูญเสียท่าน ดร.หะยีฮารน สุหลง ผู้รับใบอนุญาตและผู้ก่อตั้งโรงเรียน และได้มีการแต่งตั้งนายสะแปอิง บาซอ รองประธานกรรมการอิสลามวิทยามูลนิธิคนที่ 1 เป็นผู้รับใบอนุญาตในเวลาต่อมา
พ.ศ. 2548
ที่ประชุมคณะกรรมการอิสลามวิทยามูลนิธิมีมติเห็นชอบให้นายรอซี เบ็ญสุหลง รองประธานกรรมการอิสลามวิทยามูลนิธิคนที่ 2 เป็นผู้รับใบอนุญาตของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และโรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิ จนถึงปัจจุบัน
ตุลาคม พ.ศ. 2548
ผ่านการพิจารณาประเมินคัดเลือกครูสามัญและนักเรียนดีเด่นรางวัลพระราชทาน ประเภทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ ประจำปีการศึกษา 2548 เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส
พ.ศ. 2549
ได้ขยายแนวรั้วรอบบริเวณโรงเรียน พร้อมเริ่มก่อสร้างที่พักสำหรับนักเรียนประจำ จำนวน 12 หลัง
(ตุลาคม 2549) ผ่านการพิจารณาประเมินคัดเลือกครูสามัญและนักเรียนดีเด่นรางวัลพระราชทาน ประเภทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ ประจำปีการศึกษา 2549 เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส
(ตุลาคม 2549) ผ่านการพิจารณาประเมินคัดเลือกครูสามัญและนักเรียนดีเด่นรางวัลพระราชทาน ประเภทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ ประจำปีการศึกษา 2549 เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส
พ.ศ. 2550
ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่จบหลักสูตรช่วงชั้นที่ 4 ในการสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ติด 10 ลำดับแรกของโรงเรียนทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้จำนวนมากที่สุด (ลำดับที่ 10) อีกทั้งโรงเรียนยังผ่านการพิจารณาคัดเลือกครูสามัญดีเด่นรางวัลพระราชทาน ประเภทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่ เป็นปีที่ 3
พ.ศ. 2553
โรงเรียนได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษาจากการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ.) ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบ 2 ในระดับ "ดี"